เปลี่ยนการแสดงผล
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563 วันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบปีที่ 7 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเดินทางมาแสดงความยินดีและอำนวยพรเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการปฏิบัติหน้าที่
27 มกราคม 2563 133ครั้ง

                ฝนหลวงฯ ครบรอบ 7 ปี เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงและจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ พร้อมเร่งปฏิบัติการฝนหลวงคลี่คลายภัยแล้ง ฝุ่นละออง-หมอกควัน

              กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบปีที่ 7 แห่งการได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกรม พร้อมก้าวสู่ปีที่ 8 ด้วยความมุ่งมั่น จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง ในการเร่งบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หมอกควัน และภัยพิบัติต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563 วันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบปีที่ 7 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเดินทางมาแสดงความยินดีและอำนวยพรเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งกล่าวเปิดการประชาพิจารณ์แผนปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งการประชาพิจารณ์แผนฯ ในครั้งนี้ เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อให้ได้แผนฯ ที่มีความสมบูรณ์ และเกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างสูงสุด ซึ่งประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาภัยพิบัติเชิงพื้นที่ ด้านที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการดัดแปรสภาพอากาศ ด้านที่ 3 เพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการด้านการบิน และด้านที่ 4 พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งนี้ แผนฯ ดังกล่าว คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจะได้มีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ รวมถึงแนวทางต่างๆ เพื่อให้ได้แผนที่มีความสมบูรณ์ ส่งผลให้ภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวงเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดต่อพี่น้องประชาชน

               กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับการสถาปนาขึ้นเพื่อสนองงานโครงการพระราชดำริฝนหลวงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศและการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชน และดำเนินงานบูรณาการจัดการทรัพยากรน้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้น้อมนำแนวทางศาสตร์พระราชา ตำราฝนหลวงพระราชทาน มาเป็นหลักในการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา กรมฝนหลวงฯ สามารถสนองตอบภารกิจงานของประเทศในการปฏิบัติการทำฝนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ขาดแคลนน้ำได้ค่อนข้างสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพการทำฝนประสิทธิภาพการทำฝนอยู่ที่ประมาณ 95% ขึ้นไป และในแต่ละปีสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ถึง 200 – 300 ล้านไร่ รวมถึงในปีนี้บริเวณเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่จังหวัดต่างๆ ประสบกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM 2.5) เกินค่ามาตรฐานที่เพิ่มมากขึ้น กรมฝนหลวงฯ โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วก็ได้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือทันทีเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม ทำให้ช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวในเขตสาธร กรุงเทพฯ และช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% ได้อีกด้วย

               สำหรับแผนการดำเนินงานในการก้าวสู่ปีที่ 8 ของกรมฝนหลวงฯ จะมีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเป็น 7 ศูนย์ทั่วประเทศ ประกอบด้วย ภาคเหนือ ที่จ.เชียงใหม่ ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และจ.พิษณุโลก ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ที่จ.นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จ.ขอนแก่น ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และ จ.บุรีรัมย์ ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ที่จ.ระยอง และภาคใต้ ที่จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น ส่วนด้านโครงการวิจัยและเทคโนโลยีฝนหลวง ได้เร่งพัฒนางานวิจัยเพื่อเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง อาทิ โครงการวิจัยพัฒนาอากาศยานไร้นักบิน (UAV) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงแบบเมฆอุ่นโดยใช้ UAV ยิงพลุสารเคมีซิลเวอรไอโอไดด์ การใช้จรวดดัดแปรสภาพอากาศ เป็นต้น สำหรับด้านการพัฒนาสนามบินท่าใหม่ จ.จันทบุรี ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงรันเวย์ เพื่อให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสำหรับการขึ้นลงของอากาศยาน ซึ่งจะมีการติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องต่อไป อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง โดยขยับเวลาการเริ่มปฏิบัติการเร็วขึ้นจากเดิมคือวันที่ 1 มีนาคมของทุกปี เป็นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งนี้ เพื่อเร่งช่วยคลี่คลายสถานการณ์ภัยแล้งให้กับพื้นที่การเกษตรและพี่น้องประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพและวีดีโอ