เปลี่ยนการแสดงผล
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซด์
วันนี้
13911
เดือนนี้
3543098
เมื่อวาน
80663
เดือนที่แล้ว
2214472
อธิบดีฝนหลวงฯ สั่งช่วยพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ต่อเนื่อง เน้นย้ำ!! วางแผนปฏิบัติการไม่ให้กระทบพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย พร้อมปรับแผนตั้งหน่วยปฏิบัติการฯ เดือนกันยายน เพิ่มอากาศยานช่วยเหลือพื้นที่ให้ตรงความต้องการก่อนหมดฤดูฝน
29 สิงหาคม 2568 2 ครั้ง
วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและ
การบินเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (28 สิงหาคม 2568) ได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรเพื่อติดตามการปฏิบัติการ
ฝนหลวง ในการบรรเทาปัญหาฝนทิ้งช่วงบริเวณพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ณ อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้รับทราบถึงเรื่องความต้องการน้ำสำหรับพื้นที่การเกษตร พบว่า บริเวณพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการแล้ว แต่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง เช่น อำเภอโพนทราย อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของข้าวเพื่อให้มีผลผลิตที่ดี
พร้อมเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปีนี้ จึงได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดขอนแก่น วางแผนปฏิบัติการให้ตรงพื้นที่เป้าหมาย และได้เน้นย้ำให้ระมัดระวังพื้นที่รอยต่อ พื้นที่คาบเกี่ยวที่ได้รับผลกระทบจากพายุคาจิกิ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรของประชาชน และในเช้าวันนี้ หน่วยฯ จังหวัดขอนแก่น ได้วางแผนปฏิบัติการ
ฝนหลวงในเวลา 09.45 น. ใช้เครื่องบิน CASA จำนวน 2 ลำ ปฏิบัติการบริเวณ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ - อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม - อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด และในเวลา 10.15 น. ใช้เครื่องบิน CN จำนวน 1 ลำ ปฏิบัติการบริเวณ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร และบริเวณ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด มีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้และพื้นที่การเกษตร จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ
อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนภูมิภาคอื่นๆ ยังคงมีการติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน โดยในช่วงนี้บริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างยังคงให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง
ภาคกลางเน้นช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี และเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนและ
อ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ในส่วนของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากช่วยพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้แล้ว ได้กำชับให้หน่วยปฏิบัติการฯ ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนลำตะคองและหากสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขให้เร่งเติมน้ำต้นทุน
ให้เขื่อนลำตะคอง เนื่องจากมีปริมาณน้ำใช้การเพียง 17.13% (ข้อมูล ณ 29 ส.ค. 68) สำหรับภาคใต้ตอนบน
ให้ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขัน์ และเน้นเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนปราณบุรี เขื่อน
แก่งกระจาน และบริเวณภาคใต้ ยังคงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายน กรมฝนหลวงฯ ได้ปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการให้เหมาะสม
กับสถานการณ์ความต้องการน้ำ โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดขอนแก่น วันที่ 1-30 กันยายน 2568 ใช้เครื่องบินขนาดกลาง CASA จำนวน 2 ลำ หน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดลพบุรี วันที่ 1-15 กันยายน 2568 ใช้เครื่องบินกองทัพอากาศ AU-23 จำนวน 2 ลำ และ BT-67 จำนวน 2 ลำ หน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดกาญจนบุรี วันที่ 1-10 กันยายน 2568
ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก CARAVAN จำนวน 3 ลำ และหน่วยปฏิบัติการฯ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 1-30 กันยายน 2568 ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก CARAVAN จำนวน 2 ลำ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กรมฝนหลวงฯ
จะปฏิบัติการฝนหลวงให้ตรงพื้นที่ความต้องการ จะระมัดระวังพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำเพียงพอแล้วและพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร อธิบดีฝนหลวงฯ กล่าวทิ้งท้าย
-------------------------------------------------------
ภาพและวีดีโอ