องคมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ครั้งที่ 2/2568
วันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง พร้อมด้วย นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี รองประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ และคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวงเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ประจำปี 2568 และแผนการดำเนินงานในปี 2569 ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ในการดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ปฏิบัติภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนเก็บกักน้ำ โดยใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 26 ลำ และเครื่องบินของกองทัพอากาศ จำนวน 4 ลำ ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 30 กันยายน 2568 ปฏิบัติการไปจำนวน 187 วัน
2,225 เที่ยวบิน มีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 144.81 ล้านไร่ เติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนขนาดใหญ่ จำนวน 29 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง-ขนาดเล็ก จำนวน 190 แห่ง และมีปริมาณฝนสะสมในพื้นที่ลุ่มรับน้ำ 475.88 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิชั้นดี มีพื้นที่ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และยโสธร ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับการปลูกข้าว กรมฯ ได้ดำเนินการโดยใช้แนวทาง “ทุ่งกุลาโมเดล” เป็นการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่ในการรับทราบปัญหาในพื้นที่ บูรณาการกับอาสาสมัครฝนหลวง เกษตรกร หน่วยงานราชการ เพื่อทำฝนให้ถูกที่ถูกเวลา รวมถึงเพิ่มเครื่องบินปฏิบัติการให้มากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีและลดความเสียหาย โดยได้ปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน ๕๔ วัน ๑๖๖ เที่ยวบิน ทำให้มีฝนตกในพื้นที่ 5 จังหวัดดังกล่าว ในนาข้าวมีน้ำขังในแปลงนา ต้นข้าวมีลักษณะสีเขียว และเจริญเติบโตได้ดีขึ้น
ด้านการดัดแปรสภาพอากาศมีการช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2567 – 30 เมษายน 2568 บินปฏิบัติการไปจำนวน 2,787 เที่ยวบิน ช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ ดังนี้ พื้นที่กรุงเทพฯ - ปริมณฑล ปฏิบัติการ 148 วัน สามารถทำให้ค่าความเข้มข้นของค่าฝุ่นละอองต่ำกว่ามาตรฐาน (37 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ได้จำนวน 94 วัน พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ปฏิบัติการ 117 วัน ทำให้ค่าความเข้มข้นของค่าฝุ่นละอองต่ำกว่ามาตรฐาน 67 วัน พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ปฏิบัติการ 68 วัน ทำให้ค่าความเข้มข้นของค่าฝุ่นละอองต่ำกว่ามาตรฐาน 32 วัน และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ปฏิบัติการ 61 วัน ทำให้ค่าความเข้มข้นของค่าฝุ่นละอองต่ำกว่ามาตรฐาน 38 วัน สำหรับการบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2568 ปฏิบัติการ 33 วัน 48 เที่ยว สามารถช่วยบรรเทาความรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พิษณุโลก อุดรธานี สกลนคร สุโขทัย เพชรบูรณ์
นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรยังได้ดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาและปรับปรุงสนามบินตาก โดยมีเป้าหมายการพัฒนาเป็นศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบินดัดแปรสภาพอากาศ มีการฝึกอบรมทฤษฎีด้านการบิน (Ground school) และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติหรือ ภาคอากาศ (Flight Training) ด้วยเครื่องฝึกบินจำลอง (Flight Simulator Training) และฝึกด้วยอากาศยานจริง รวมถึงการพัฒนาเป็นศูนย์การบินเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ จัดสร้างโรงเก็บและซ่อมอากาศยาน และจัดแบ่งอากาศยานมาประจำการที่สนามบินตาก อีกทั้งยังเป็นหน่วยปฏิบัติการบินปฏิบัติการฝนหลวงหลักพื้นที่ภาคเหนือที่สนามบินตาก อีกทั้งยังเป็นหน่วยปฏิบัติการบินปฏิบัติการฝนหลวงหลักพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเติมน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ ภาคเหนือ เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เป็นต้น และเป็นหน่วยปฏิบัติการบินดัดแปรสภาพอากาศเพื่อแก้ไขปัญหาบรรเทาภัยพิบัติต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ การก่อสร้างศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามตำราฝนหลวงพระราชทาน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ดำเนินการสร้างศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับและสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง และการจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบน
ในส่วนของโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พระบิดาแห่งฝนหลวง มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างแล้ว 98.07% การก่อสร้างชุดเครื่องผลิตสารฝนหลวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้ว จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดตาก ขอนแก่น พิษณุโลก บุรีรัมย์ สำหรับศูนย์ปฏิบัติการฯ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ระหว่างดำเนินการ และศูนย์ปฏิบัติการฯ จังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันอยู่ระหว่าง รอรับการสนับสนุนเงินบริจาคผ่านมูลนิธิฝนหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์
นายราเชน กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีแผนดำเนินการในส่วนงานที่สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ได้แก่ โครงการก่อสร้างศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามตำราฝนหลวงพระราชทาน (อยู่ระหว่างดำเนินการแล้ว) การก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาฝนหลวงพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ การก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา และมีแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นไป รวมถึงในด้านการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการฝนหลวง ขณะนี้มีการขอใช้พื้นที่ดำเนินโครงการทำฝนเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคองด้วยเทคโนโลยีพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ ซึ่งทั้งหมดเป็นภารกิจที่มุ่งมั่นในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือพสกนิกรให้มีความอยู่ดีกินดี