เปลี่ยนการแสดงผล
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซด์
วันนี้
0
เดือนนี้
3025149
เมื่อวาน
46404
เดือนที่แล้ว
1016433
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการศึกษาศักยภาพการเพิ่มปริมาณน้ำฝนด้วยเทคโนโลยีคบื่นเสียงความถี่ต่ำในประเทศไทย (ระยะที่ 2)
22 มิถุนายน 2569 23 ครั้ง
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการศึกษาศักยภาพการเพิ่มปริมาณน้ำฝนด้วยเทคโนโลยีคบื่นเสียงความถี่ต่ำในประเทศไทย (ระยะที่ 2) โดยมีผู้บริหาร นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมประชุมรับฟังการนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการฯ และได้รับเกียรติจากนายสุรชัย หลักทองคำ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี นายอุดร พรหมปา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน และคณะ ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

โครงการศึกษาศักยภาพการเพิ่มปริมาณน้ำฝนด้วยเทคโนโลยีคบื่นเสียงความถี่ต่ำในประเทศไทย (ระยะที่ 2) ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริษัท มดทอง พัฒนา จำกัด และมหาวิทยาลัยชิงหัว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษาศักยภาพของเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่ต่ำในการเพิ่มปริมาณน้ำฝนและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

อธิบดีฝนหลวงฯ เปิดเผยว่า โครงการฯ นี้ เป็นการวิจัยศึกษาการใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำเพื่อกระตุ้นกระบวนการรวมตัวของหยดน้ำในก้อนเมฆให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จนสามารถพัฒนาให้เกิดฝนตกในพื้นที่เป้าหมาย หรือเป็นการทำงานในขั้นตอนการโจมตีเมฆในรัศมี 10 กิโลเมตร มุ่งหวังให้เป็นเทคโนโลยีทางเลือกสำหรับการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและพื้นที่ลุ่มรับน้ำ ตลอดจนสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

และจากข้อมูลสถานการณ์น้ำของเขื่อนปราณบุรี กรมชลประทาน ในปี 2569 พบว่า มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ณ ปัจจุบัน 9.37 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่ำกว่าค่าปกติเมื่อเทียบกับปี 2567-2568 และมีปริมาณน้ำใช้การประมาณ 18% ประกอบกับสถานการณ์เอลนีโญในช่วงเดือนกรกฎาคมที่อาจส่งผลกระทบให้มีฝนตกน้อย และปริมาณฝนอาจไม่เพียงพอสำหรับฤดูแล้งถัดไป กรมชลประทานจึงขอรับการสนับสนุนจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนปราณบุรี เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของพื้นที่การเกษตรที่ดูแล 212,000 ไร่ และสำหรับการส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับสระประปา 31 สระ

อธิบดีฝนหลวงฯ ได้มอบแนวทางการปฏิบัติการฝนหลวงให้นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและคาดการณ์โอกาสที่จะเกิดฝน และประสานข้อมูลกับทางกรมชลประทาน เพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำให้เพียงพอต่อการใช้การดังกล่าวฯ โดยสนับสนุนให้นำงานวิจัยและเทคโนโลยีมาพัฒนาการทำงานด้วย สำหรับโครงการฯ ในระยะที่ 2 นี้ อยู่ระหว่างการทดลองประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีการตรวจวัดคุณภาพ ประเมินผลด้วยเครื่องบิน Super King Air และประเมินผลกระทบต่อสัตว์ป่า เนื่องจากต้องติดตั้งอุปกรณ์การทำงานในพื้นที่เขื่อนและใกล้เขตป่าไม้ ซึ่งจะนำข้อมูลผลการวิจัยทั้งหมดมาวิเคราะห์หาข้อสรุปในการประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละพื้นที่ต่อไป
ภาพและวีดีโอ